วิทยาศาสตร์ไม่ได้มีแค่ในตำราเรียน

แต่เดิมเวลาที่เราคิดถึงคำว่าวิทยาศาสตร์ เราจะนึกถึงห้องเรียนที่หลอดทดลองให้ทำการทำลองค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ

นึกถึงสูตรทางเคมีที่จะต้องท่องจำให้ได้ นึกถึงสมการของค่าต่างๆ ซึ่งบอกตามตรงว่าเมื่อได้ยินคำว่าวิทยาศาสตร์จะรู้สึกห่อเหี่ยวไม่สดชื่นเลย แต่ในปัจจุบันความว่าวิทยาศาสตร์มีการเปิดกว้างในการเรียนรู้มากขึ้น

เราไม่จำเป็นต้องเรียนวิทยาศาสตร์แต่เฉพาะในห้องเรียน

หรือเรียนกับแค่คุณครูเท่านั้น ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าวิทยาศาสตร์อยู่รอบๆตัวเรา ซึ่งเราสามารถหาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์จากการเล่น การเรียนรู้วงจรชีวิตของส่งมีชีวิตต่างๆ เราสามารถไปท่องเที่ยวพร้อมกับคนในครอบครัวแล้วเรียนรู้ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ไปพร้อมๆกันได้

         ปัจจุบันผู้ปกครองส่วนมากเริ่มหันมาสนใจให้ลูกๆเรียนวิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบๆตัวมากขึ้น เพื่อให้เด็กๆได้เพลิดเพลินกับการเรียนโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้เรียนอย่างเดียวเท่านั้น เด็กบางคนไม่ได้รู้เลยด้วยซ้ำว่ากิจกรรมที่พวกเขาได้ทำไปนั้นเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งการเรียนรู้ด้วยตนเองแบบนี้จะเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่  กล้าคิดกล้าทำและกล้าที่จะแสดงออก พวกเขาสามารถคิดวิเคราะห์หาสาเหตุและผลลัพธ์ได้ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อแม่อย่างเรา 

          อย่างที่บอกว่าเดี๋ยวนี้การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่ในตำราเรียน ดังนั้น การที่เราพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ ลูกจะได้เห็นวงจรชีวิตของสัตว์เหล่านั้นตั้งแต่เกิดจนโต จนแก่ เราในฐานะพ่อแม่สามารถให้ความรู้พวกนี้ให้รู้ฟังได้ ซึ่งถือว่าเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันในอีกรูปแบบหนึ่ง

การที่พาลูกไปสวนพฤกษศาสตร์ ดูต้นไม้ ดอกไม้แปลกๆ ดูพืชชนิดไหนที่เป็นอันตราย หรือชนิดไหนที่สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้ พวกเด็กๆจะได้สัมผัสกับของจริงที่ไม่ใช่แค่เปิดตำราเรียน เห็นผ่านภาพเท่านั้น ทั้งนี้นอกจากสถานที่เที่ยวแบบนี้แล้วปัจจุบันมีศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่น ที่  อำเภอ ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี มีศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน ให้เด็กๆเรียนรู้วิธีการดำนา ปลูกข้าว เก็บผัก พายเรือ หรือการทำสวนผลไม้ การเรียนรู้พวกนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เช่น กิจกรรมเก็บผลไม้ที่สวน แล้วนำผลไม้ที่เก็บมาได้นำไปต่อกับขั่ว Multimeter ซี่งมันคือเครื่องวัดปริมาณไฟฟ้า พวกเด็กๆจะได้รู้ว่าผลไม้ที่พวกเขาเก็บมาสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้

โดยจะมีการสาธิตการต่อไฟฟ้าจะผลไม้จนทำให้หลอดไฟติดได้ หรือ การให้เด็กๆไปเก็บไข่ที่ฟาร์มไก่แล้วนำมาทดลอง นำสีผสมอาหารหยุดใส่ไข่ขาวและไข่แดงซึ่งหลังจากมีการนำไปทำให้สุกแล้วจะพบว่าสีที่แต่ละคนใส่ลงไปในไข่จะได้สีไม่เหมือนกัน หรือการพายเรือ ซึ่งก่อนจะไปพายเรือเล่นก็จะมีสอนด้ายวิทยาศาสตร์เป็นการให้ความรู้ก่อน โดยจะให้เด็กๆนำดินเหนียวมาปั้นเป็นเรือ ทำอย่างไรถึงจะให้เรื่อลอยน้ำได้ สอนการพายเรือทำอย่างไรถึงจะพายไปข้างหน้า หรือหันข้างได้

กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมๆกัน

โดยที่เด็กๆจะไม่รู้สึกเบื่อเลย ลองเริ่มให้พวกเขาเรียนรู้ที่ละนิดจากการเรียนรู้เหล่านี้ไปก่อนแล้วเขาจะชอบวิทยาศาสตร์โดยไม่รู้ตัว