ดวงจันทร์

โลกของเรานั้นถือกำเนิดมาหลายร้อยหลายพันล้านปีป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เป็นดาวเคราะห์ที่มีความพิเศษแตกต่างจากพี่น้องดวงอื่นๆ

โลกของเรานั้นมีบริวารเพียงหนึ่งเดียวนั้นก็คือดวงจันทร์ดวงจันทร์นั้นเป็นบริวารของโลกที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาปล่าว และยังเป็นดาวบริวารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของดาวบริวารทั้งหมดของระบบสุริยะจักรวาล

มีทฤษฎีที่เชื่อกันว่าเมื่อประมาณ 4.51 พันล้านปีก่อนหลังจากที่โลกได้ถือกำเนิดขึ้นนั้น ดวงจันทร์ได้ก่อกำเนิดมาจากเศษที่เหลือจากการชนขนาดใหญ่ระหว่างโลกกับดาวเคราะห์ที่ขนาดใกล้เคียงกันกับดาวอังคาร มีชื่อเรียกว่า “ธีอา จึงได้กลายเป็นดวงจันทร์ขึ้น

แม้ดวงจันทร์จะหมุนรอบโลกแต่ก็มีสิ่งที่น่าประหลาดใจนั้นก็คือ ดวงจันทร์จะหมุนรอบโลกดดยที่หันเข้าหาโลกเพียงด้านเดยวเท่านั้น ดังนั้นหากเรามองดวงจันทร์จากโลกของเรา เราจึงสามารถที่จะมองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวเท่านั้น

และยังมีระยะทางที่ห่างจากโลกประมาณ 384,403 กิโลเมตร หรือประมาณ 30 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของโลก มีระยะเวลาที่หมุนรอบโลกประมาณ 27.3 วัน ซึ่งขนาดของดวงจันทร์นั้นมีขนาดเป็น 1 ใน 4 ของโลก ดังนั้นพื้นผิวของดวงจันทร์จริงมีน้อยกว่า 1 ใน 10 ของพื้นผิวโลก

เมื่อเทียบกับแล้วก็มีขนาดประมาณ ประเทศรัสเซีย แคนาดา และสหรัฐอเมริการวมกัน

บุคคลแรกที่สามารถขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้เป็นสองคนแรกคือ นีล อาร์มสตรอง และบัซซ์ อัลดริน นักบินอวกาศขององค์การนาซา ตัวแทนของเหล่ามนุษยชาติที่สามารถขึ้นเหยียบดวงจันทร์ได้เป็นที่สำเร็จเมื่อปี 1969 ตามกฏหมายอวกาศแล้วดวงจันทร์ถือว่าเป็นสมบัติร่วมกันของมนุษยชาติ ตามสนธิสัญญาที่ใช้บังคับกิจกรรมของรัฐบนดวงจันทร์ ดวงดาว และวัตถุอวกาศอื่นๆ ตั้งแต่ปี 1979  ดวงจันทร์นั้นมีความสำคัญต่อโลกของเราเป็นอย่างมากนอกจากที่จะเป็นตัวแทนที่คอยให้อสดงสว่างในยามค่ำคืนแทนพระอาทิตย์แล้ว

เรื่องน้ำขึ้นน้ำลงก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญของดวงจันทร์

เกิดจากอิทธิพลขอแรงดึงดูดระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ด้วยบ้างบางส่วนแต่เป็นส่วนน้อย เนื่องจากดวงอาทิตย์มีระยะที่ห่างจากโลก 390 เท่า ในขณะที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่า จึงทำให้ดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงของโลกมากกว่าดวงอาทิตย์

ระหว่างที่ของเรานั้นหมุนรอบตัวเองด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์และไกลดวงจันทร์ จึงทำให้เกิดด้านที่ใกล้และด้านที่ตรงกันข้ามกับดวงจันทร์ เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง เนื่องด้วยแรงดึงดูดระหว่างโลกและดวงจันทร์มีความเข้มข้นสูงมาก ผลกระทบจากปรากฏการณ์น้ำขึ้นลงน้ำลงนั้นคือหากน้ำในมหาสมุทรนั้นลดลงอาจจะทำให้ช่องทางเดินเรือเกิดความตื้นเขินได้ และไม่สะดวกอย่างยิ่งต่อการเดินเรือ

อีกด้านหากน้ำขึ้นสูงมากๆอาจจะทำให้ท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางเกษตรที่อยู่แถบชายฝั่งได้

ดังนั้นเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงจึงป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนแถบชายฝั่งมาอย่างยาวนาน นอกจากปรากฏการณืที่เกิดตามธรรมชาติแล้วเรื่องราวเหนือธรรมชาตินั้นดวงจันทร์มีส่วนในความเชื่อเหล่านั้นด้วย อย่างปรากฏการณ์ จันทรุปราคา

ที่เกิดจากธรรมชาตอแต่ว่าคนไทยก็มีความเชื่อกันว่าพระยาราหูได้กลืนพระจันทร์เข้าไปดังนั้นชาวบ้านที่พบเห็นจึงได้ทำการตีหม้อเคาะกะละมังจนเกิดส่งเสียงดังเพื่อขับไล่พระยาราหูให้คลายพระจันทร์ออกมา

แม้มนุษยชาติอย่างเราๆสามารถที่จะเดินทางไปเหยียบดวงจันทร์ได้แล้วนั้น แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ด้านเดียว ส่วนอีกด้านที่เราไม่สามารถเดินทางไปสำรวจได้อาจจะมีความลับบางอย่างซ้อนอยู่และรอคอยการค้นพบ