วิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ

สัดส่วนทองของรูปทรงกะโหลก

       สัดส่วนทอง หรือ Golden Ratio ที่หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว หรือบางคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักเลย มันคือหลักการในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างหนึ่ง โดยมีต้นกำเนิดของหลักการนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วง 2,200 ปีก่อนหน้าจากชาวกรีกผู้หนึ่งที่ชื่อว่า ยูคริด (Euclid)

เขาผู้นี้เองที่เป็นคนให้กำเนิดจุเริ่มต้นของวิชาเรขาคณิตซึ่งตัวของยูคริดเองไม่ได้เรียกหลักการนี้ว่า Golden Ratio มาตั้งแต่แรกโดยในครั้งนั้นเขาได้ใช้ชื่อเรียกหลักการนี้ว่า Extreme and Ratio ซึ่งแน่นอนว่าตัวเขาเองได้เน้นการให้ความหมายไปในทางของคณิตศาสตร์มากกว่าเรื่องของความสวยงาม

       โดยที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วกะโหลกศีรษะของเรานั้นได้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้หลักการสัดส่วนทองที่กล่าวมาด้วยเช่นกัน

 

โดยที่มีผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวกับประสาทศัลยศาสตร์ของทางมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์จากประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างท่านศาสตราจารย์ราฟาเอล ทาร์มาโก นั้นได้ออกมาเผยข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวารสารที่มีชื่อว่า“Journal of Craniofacial Surgery”ซึ่งได้ระบุเกี่ยวกับขนาดความยาวเส้นโค้งที่มีการผ่าผ่านกลางกะโหลกศีรษะ

โดยที่มีการเริ่มวัดจากจุดที่อยู่สูงสุดของสันจมูกของมนุษย์เราจนมาถึงช่วงโหนกที่อยู่บริเวณท้ายทอยในส่วนของด้านหลังบริเวณศีรษะ และได้พบว่ามนุษย์เรานั้นมีลักษณะของกะโหลกศีรษะที่มีลักษณะที่เรียกกันว่าสัดส่วนทองแฝงอยู่ด้วยนั่นเอง

ถ้าเรานำไปคิดให้เป็นค่าในทางคณิตศาสตร์จะได้ผลลัพธ์ออกมาราวๆ 1.6 ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวนี้เองได้ไปมีความใกล้เคียงกันกับค่าสัดส่วนทองในหลักการของทางศิลปะหรือที่เรียกกันว่าค่า “Phi” โดยทั่วไปนั้นก็ถือว่าเป็นจำนวนอตรรกยะหรือ “Irrational numbers” โดยถ้าหากมีการคิดคำนวณออกมาให้เป็นเลขที่เป็นทศนิยมแบบไม่รู้จบนั้นจะอยู่ที่ 1.618…. 

ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้นั้นก็มีการพบค่าในทางของคณิตศาสตร์ดังกล่าวนี้เองในสิ่งที่มีลวดลาย ในโครงสร้างของเหล่าพืชต่างๆ รวมไปถึงในสัตว์หลายๆชนิดบนโลกนี้ยกตัวอย่างเช่นสัดส่วนทองในลูกสน หรือแม้กระทั่งในเปลือกหอย ในพายุเฮอริเคน รวมไปจนถึงดาราจักรต่างๆในจักรวาลเองก็ยังมีสัดส่วนทองนั้นแอบแฝงอยู่ด้วย ทั้งนี้ในหัวใจ เซลล์เม็ดเลือดในตัวมนุษย์เองก็มีด้วยเช่นกัน ถ้าเราอยากจะคำนวณหาสัดส่วนทองนั้น เราเองก็สามารถที่จะทำการคำนวณหาได้ด้วยเช่นกัน โดยมีหลักการในการคำนวณว่าจะต้องนำเส้นที่สำคัญที่อยู่ในลวดลาย รูปทรงต่างๆที่เราพบเห็นมาเส้นหนึ่ง แล้วทำการแบ่งออกให้เป็นสองส่วน

โดยความยาวของเส้นนั้นจะต้องไม่เท่ากัน และหลังจากที่ได้อัตราส่วนของส่วนที่มีความยาวกว่า แล้วจึงเอามาหารด้วยสัดส่วนที่มีความสั้นกว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีค่าเป็นอัตราส่วนของความยาวทั้งหมดที่ได้หารด้วยอัตราจากส่วนที่มีความยาวกว่า และสุดท้ายค่าในทางคณิตศาสตร์ที่ปรากฏขึ้นจะบ่งบอกถึงความสวยงามที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดในทางวิทยาศาสตร์

       และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวความสวยงามที่เกิดขึ้นกับอวัยวะบนร่างกายของมนุษย์ที่ในทางวิทยาศาสตร์ก็สามารถที่จะพิสูจน์และยืนยันได้ว่า ธรรมชาติสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่น่าทึ่งขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก และทำให้มนุษย์อย่างเราเองได้รับรู้ข้อมูลที่น่าสนใจแบบนี้ไปด้วยนั่นเอง